ข่าวจาก ผู้จัดการ 22 สิงหาคม 2551
"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ชิป อังกฤษ เปิดตัวแข่งประจำทีมที่จะใช้สู้ศึก "ซูเปอร์ลีก ฟอร์มูลา" ฤดูกาล 2008 โดยมี ราฟา เบนิเตซ กุนซือ พร้อมนักเตะดังร่วมเปิดตัวอย่างคับคั่ง
หลังจากลิเวอร์พูลเป็นทีมสุดท้าย ที่ตอบรับเข้าร่วมการแข่งขันรถยนต์ล้อเปิดรายการน้องใหม่ล่าสุด ที่รวมเอาทีมสโมสรฟุตบอล 17 สโมสรจากทั่วโลกมาดวลความเร็วภายใต้รายการ ซูเปอร์ลีก ฟอร์มูลา 2008
ล่าสุด ราฟา เบนิเตซ ได้นำลูกทีมชุดใหญ่ ทั้งสตีเวน เจอร์ราร์ด ,เฟอร์นานโด ตอร์เรส,ซาบี อลอนโซ เปิดตัวแข่ง สังกัดลิเวอร์พูล เครื่องยนต์ความจุ 4.2 ลิตร วี 12 ขุมกำลัง 750 แรงม้า สีแดงสดที่บริเวณหน้าสนามซ้อม เมลวูด
โดย เอียน ไอร์เร ผู้อำนวยการด้านการตลาดของทีม "หงส์แดง" เผยว่า "นี่คือมิติใหม่ที่จะเปิดตลาดสำหรับแฟนบอลลิเวอร์พูลไปสู่การแข่งขันกีฬาชนิดอื่นๆ ซึ่งการแข่งขันสนามแรกที่โดนิงตัน พาร์ค(31สิงหาคม) เราหวังว่าการจะประเดิมสนามด้วยชัยชนะ"
ลิเวอร์พูลเป็นทีมที่ 3 จากเกาะอังกฤษที่ตอบรับเข้าร่วมการแข่งขันรายการนี้ ต่อจากกลาสโกว์ เรนเจอร์ และท็อตแนม ฮอตสเปอร์ โดยซูเปอร์ลีก ฟอร์มูลา สนามแรกจาก 6 สนาม จะมีขึ้นที่โดนิงตัน ประเทศอังกฤษ ในวันอาทิตย์ 31 สิงหาคมนี้
Sunday, August 24, 2008
เจิดรับต้องเรียกฟิตอีกหลายวีก
ข่าวจาก สยามกีฬา 25 สิงหาคม 2551
สตีเว่น เจอร์ราร์ด จอมทัพ ลิเวอร์พูล รับคงต้องใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์ กว่าจะกลับมาฟิตเต็มถังอีกครั้ง ภายหลังมีอาการบาดเจ็บต้นขามาตั้งแต่ช่วงปรี-ซีซั่นที่ผ่านมา ชี้หนทางเดียวที่จะกลับมาฟิตเต็มสูบ รวมถึงเล่นได้อย่างท็อปฟอร์ม คือการลงไปเซิ้งแข้งในสนาม
สตีเว่น เจอร์ราร์ด กองกลางกัปตันทีม ลิเวอร์พูล ยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกมายอมรับว่า เขายังต้องใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์ จึงจะกลับมาฟิตเต็มสูบอีกครั้ง ภายหลังมีอาการบาดเจ็บต้นขารบกวนมาตั้งแต่ช่วงปรี-ซีซั่นที่ผ่านมา
เจอร์ราร์ด กล่าวว่า "ผมมีปัญหาบาดเจ็บต้นขามาตลอดช่วงปรี-ซีซั่น และหลายสิ่งหลายอย่างไม่ได้เป็นไปในทางที่ผมต้องการให้มันเป็น ผมพลาดการซ้อมไปหลายครั้งด้วยกัน และผมตามหลังนักเตะคนอื่นๆ มากถึง 2 สัปดาห์ ในตอนที่พวกเขากลับมาอยู่ในสภาพที่ฟิตเต็มถังแล้ว"
"หนทางเดียวที่ผมจะเรียกความเฉียบคมกลับคืนมาอีกครั้งคือการลงสนาม ในเวลานี้ผมไม่ได้อยู่ในช่วงท็อปฟอร์ม แต่ผมหวังว่า แฟนบอลจะอดทนรอได้ เพราะผมต้องใช้เวลาสัก 3 สัปดาห์ ถึงจะเค้นฟอร์มเก่งออกมาได้ รวมถึงกลับมาฟิตเต็มถังอีกครั้ง" "สตีวี่จี" กล่าว
พร้อมกันนั้น ดาวเตะวัย 28 กะรัต ไม่ลืมกล่าวถึงเกมลีกที่ ลิเวอร์พูล ชนะ มิดเดิ้ลสโบรช์ 2-1 ที่สนาม แอนฟิลด์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาด้วยว่า "คุณอาจจะบอกได้ว่า ชัยชนะของเรามันมีค่าต่อแฟนบอลมากขนาดไหน หลังคาสนามแทบจะถล่มลงมาเลยทีเดียว ตอนที่ลูกยิงของผมเข้าไปตุงตาข่าย ทุกคนต่างก็รู้ดีว่า นี่เป็นเกมที่เราต้องชนะ หากเราต้องการลุ้นแชมป์อย่างจริงจัง มันมีหลายคะแนนที่เราทำหล่นหายไปในการเล่นที่บ้านเมื่อฤดูกาลก่อน"
สตีเว่น เจอร์ราร์ด จอมทัพ ลิเวอร์พูล รับคงต้องใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์ กว่าจะกลับมาฟิตเต็มถังอีกครั้ง ภายหลังมีอาการบาดเจ็บต้นขามาตั้งแต่ช่วงปรี-ซีซั่นที่ผ่านมา ชี้หนทางเดียวที่จะกลับมาฟิตเต็มสูบ รวมถึงเล่นได้อย่างท็อปฟอร์ม คือการลงไปเซิ้งแข้งในสนาม
สตีเว่น เจอร์ราร์ด กองกลางกัปตันทีม ลิเวอร์พูล ยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกมายอมรับว่า เขายังต้องใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์ จึงจะกลับมาฟิตเต็มสูบอีกครั้ง ภายหลังมีอาการบาดเจ็บต้นขารบกวนมาตั้งแต่ช่วงปรี-ซีซั่นที่ผ่านมา
เจอร์ราร์ด กล่าวว่า "ผมมีปัญหาบาดเจ็บต้นขามาตลอดช่วงปรี-ซีซั่น และหลายสิ่งหลายอย่างไม่ได้เป็นไปในทางที่ผมต้องการให้มันเป็น ผมพลาดการซ้อมไปหลายครั้งด้วยกัน และผมตามหลังนักเตะคนอื่นๆ มากถึง 2 สัปดาห์ ในตอนที่พวกเขากลับมาอยู่ในสภาพที่ฟิตเต็มถังแล้ว"
"หนทางเดียวที่ผมจะเรียกความเฉียบคมกลับคืนมาอีกครั้งคือการลงสนาม ในเวลานี้ผมไม่ได้อยู่ในช่วงท็อปฟอร์ม แต่ผมหวังว่า แฟนบอลจะอดทนรอได้ เพราะผมต้องใช้เวลาสัก 3 สัปดาห์ ถึงจะเค้นฟอร์มเก่งออกมาได้ รวมถึงกลับมาฟิตเต็มถังอีกครั้ง" "สตีวี่จี" กล่าว
พร้อมกันนั้น ดาวเตะวัย 28 กะรัต ไม่ลืมกล่าวถึงเกมลีกที่ ลิเวอร์พูล ชนะ มิดเดิ้ลสโบรช์ 2-1 ที่สนาม แอนฟิลด์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาด้วยว่า "คุณอาจจะบอกได้ว่า ชัยชนะของเรามันมีค่าต่อแฟนบอลมากขนาดไหน หลังคาสนามแทบจะถล่มลงมาเลยทีเดียว ตอนที่ลูกยิงของผมเข้าไปตุงตาข่าย ทุกคนต่างก็รู้ดีว่า นี่เป็นเกมที่เราต้องชนะ หากเราต้องการลุ้นแชมป์อย่างจริงจัง มันมีหลายคะแนนที่เราทำหล่นหายไปในการเล่นที่บ้านเมื่อฤดูกาลก่อน"
สตีวี่ จี กุมหัวใจกองกลาง
ข่าวจาก โลกวันนี้ 23 สิงหาคม 2551
ทีมชาติอังกฤษดูเหมือนว่าจะไม่พ้นวงจรอุบาทว์ มีปัญหาที่แก้ไม่ตกแทบจะทุกจุด...
ดูจากเกมอุ่นเครื่องนัดล่าสุดที่พวกเขาถูกเช็ก “สอนบอล” แล้ว เด็กอมมือยังรู้ว่า อังกฤษมีปัญหาขาดนายทวารที่ไว้ใจได้ แล้วก็ไร้ซึ้งศูนย์หน้าประเภทโป้งปิดบัญชี
อย่างไรก็ตาม หากจะวิเคราะห์ให้ลึกแล้ว อังกฤษมีปัญหาอยู่ 3 ส่วน ...ส่วนแรก เรื่องของตัวบุคคล (กองหน้าและผู้รักษาประตู) ส่วนที่สอง เรื่องของการวางแท็กติกการเล่นที่ผิดพลาด และส่วนที่สาม วิกฤติความมั่นใจ
ประเด็นไม่มีกองหน้าตัวเป้าเก่งๆ (อาจจะมีแต่ก็เจ็บออดแอดๆ อย่าง ไมเคิล โอเว่น) และผู้รักษาประตู ฟาบิโอ คาเปลโล่ คงจะทำอะไรไม่ได้ นอกจากปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป จนกว่าวงการฟุตบอลอังกฤษจะได้คลื่นลูกใหม่มาแทน แต่อีก 2 ส่วนที่เหลือคือ เรื่องสมดุลการเล่นและความมั่นใจของนักเตะ คาเปลโล่สามารถแก้ไขได้ เพื่อเรียกศรัทธาแฟนบอลกลับมา ขณะเดียวกันก็ต้องปกป้องชื่อเสียงของเขาด้วย หลังจากที่ทำผลงานได้ดีมาตลอดอาชีพโค้ช
โทมัส อูฟาลูซี่ กัปตันทีมเช็ก อดีตกองหลังฟิออเรนตินาที่เคยเจอกับทีมของคาเปลโล่มาแล้วในเซเรีย อา และกล่าวถึงกุนซืออิตาเลียนว่า เป็น “จอมแท็กติกระดับอัจฉริยะ ยอดนักกระตุ้น และเปี่ยมด้วยบารมี” เหนืออื่นใดอังกฤษยามนี้ดูจะต้องการ “จอมแท็กติกระดับอัจฉริยะ” เพื่อจัดระเบียบกองกลางที่โกลาหลสุดๆ เกมกับเช็กของอูฟาลูซี่ เมื่อวันพุธ
ทีมชาติอังกฤษจัดได้ว่า มีกองกลางระดับโลกมากมาย ทว่าถึงตอนนี้กลับหาสมดุลไม่เจอ
เมื่อวันพุธ คาเปลโล่ทดลองให้ สตีเว่น เจอร์ราร์ด เล่นด้านซ้าย แต่ผลคือ อังกฤษบุกไม่ขึ้น เนื่องจากกองกลางลิเวอร์พูลไม่ได้เล่นตำแหน่งถนัด
นี่น่าจะเป็นอีกครั้งที่ช่วยย้ำเตือนว่า เจอร์ราร์ดเหมาะสมกับตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางที่สุด ไม่ใช่ซ้าย หรือขวาอย่างที่ลิเวอร์พูลเคยให้เขาเล่นตำแหน่งนี้มาแล้ว
การถ่าง สตีวี่ จี ไปเล่นทางด้านซ้าย คาเปลโล่อาจจะทำเพราะต้องการให้ แฟรงค์ แลมพาร์ด ได้แสดงบทจอมทัพเต็มที่เหมือนยามเล่นให้เชลซี แต่จนแล้วจนรอดหลายคนก็ไม่เปลี่ยนความคิดที่ว่า สองคนนี้เล่นด้วยกันไม่ได้
แฮร์รี่ เรดแน็ปป์ ผู้จัดการทีมพอร์ทสมัธที่ประเดิมทำหน้าที่เป็นเกจิให้โทรทัศน์ Setanta เมื่อวันพุธบอกว่า สนุกกับการทำหน้าที่ และมองการโยกเจอร์ราร์ดมาเล่นด้านซ้ายของคาเปลโล่ว่า ...คิดผิดคิดใหม่ได้
“เราได้สร้างเจอร์ราร์ด มิดฟิลด์ที่เก่งที่สุดในโลกคนหนึ่ง เขามีคุณค่ามหาศาลสำหรับอังกฤษ” เรดแน็ปป์กล่าว “ว่าแต่ทำไมให้เขาเล่นปีกซ้ายล่ะ? เขาไม่ใช่ปีกซ้าย เขาต้องเล่นตรงกลาง ตำแหน่งที่เขามีอิทธิพลต่อเกม แต่นี่เรากำลังจะฆ่าเขา”
ด้านคาเปลโล่ไม่สนใจความเห็นของเรดแน็ปป์เท่าไหร่ หลังออกมายืนยัน เจอร์ราร์ดสนุกกับ “ตำแหน่งอิสระ” นัดที่พบกับเช็ก ที่เขาได้ทดลองช่วงการฝึกซ้อมก่อนเกม อย่างไรก็ตาม ปัญหาคือ กองกลางลิเวอร์พูลอิสระแต่เพียงชื่อ เนื่องจากตำแหน่งใกล้เคียงกับแลมพาร์ด กองกลาง 4 ตัวที่ประกอบด้วย เบ็คแฮม, เจอร์ราร์ด, แลมพาร์ด และ แบร์รี่ ต่างมีความสามารถ ทว่าเล่นกันสับสนอลหม่าน
จบจากเกมอุ่นเครื่องนัดนี้ ปรมาจารย์อย่างคาเปลโล่คงจะทราบแล้วว่า เจอร์ราร์ดไม่เหมาะกับตำแหน่งปีกซ้าย และสูตรมิดฟิลด์ที่ลงตัวยังคงเป็นโจทย์ยากให้กุนซือค่าจ้าง 5 ล้านปอนด์ต่อปีใช้หัวสมองคิดหนักต่อไป
ประเด็นความมั่นใจ...เรดแน็ปป์กล่าวว่า “ฟุตบอลก็เหมือนชีวิต ความมั่นใจคือกุญแจสำคัญ หากคุณไม่มีเจ้านี่แล้วมันก็ยาก พวกเขาลงเล่นและก็ทำผิดพลาด ตอนนี้นักเตะเล่นด้วยความกลัว...กลัวว่าจะโดนโห่ยามเล่นไม่ออก”
ด้านจิตใจดูเหมือนว่า นักเตะจะยังแย่ ไม่ต่างกับวันแรกที่คาเปลโล่เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีม
หลังอุ่นเครื่องไป 5 นัด คาเปลโล่จะหาสูตรสำเร็จของเขาได้มั้ย คงต้องให้เกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกับอันดอร์ร่า 6 กันยายน และโครเอเชียอีก 4 วันต่อมาเป็นผู้ให้คำตอบ
นานาทัศนะ
เดวิด เบ็คแฮม: “พวกเราไม่คึกคักเลย ทั้งที่เล่นในเวมบลีย์ บ้านเราแท้ๆ นี่สำคัญมาก เราต้องทำให้คู่แข่งผวาที่มาเล่นที่นี่ให้ได้ อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่าเราทำได้แน่ แต่จะทำได้ก็ต้องอาศัยความมั่นใจด้วย”
“โดยรวมแล้ว นี่ไม่ใช่ฟอร์มที่ดีที่สุดของเราแน่ และก็ต้องทำให้ดีกว่านี้รอบคัดเลือกที่กำลังจะมาถึง ว่ากันตามเนื้อผ้าแล้ว ผมคิดว่าเรามีขุมกำลังนักเตะที่แข็งแกร่ง มีกุนซือที่เก่ง สตาฟฟ์โค้ชที่ดี ผมว่าเรามาถูกทางแล้ว”
“ชัยชนะสวยๆ สักนัดจะเรียกศรัทธาแฟนๆ กลับมา นี่คือสิ่งที่เราต้องการมาก แฟนๆ ก็เช่นกัน ผมเชื่อว่าเราทำได้แน่ เนื่องจากเรามีนักเตะที่มีคุณภาพมากมาย”
“แฟนๆ อาจจะคาดหวังเห็นผลงานเฉียบๆ ในพริบตา แต่มันคงจะลำบาก เนื่องจากของแบบนี้ต้องใช้เวลา”
เวย์น รูนีย์: “เกมอุ่นเครื่องต่างกับเกมรอบคัดเลือกสิ้นเชิง แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องเล่นให้ดี เราคงต้องหาทางปรับปรุงแก้ไขกันต่อไปภายใต้การนำของผู้จัดการทีมใหม่”
“สตีเว่น เจอร์ราร์ด กับผมถูกขอให้ลงมารับบอลต่ำ ข้างหลัง เจอร์เมน เดอโฟ และผมคิดว่ามันน่าจะไปได้สวย ผมอาจจะซ้อมแค่ 7 วัน นับตั้งแต่แมนฯ ยูไนเต็ดกลับมาจากแอฟริกา ได้เล่นวันอาทิตย์ และมาที่เวมบลีย์วันพุธ น่าจะช่วยให้สภาพความฟิตผมกลับมาสมบูรณ์เร็วๆ นี้ ก่อนเราจะลงเล่นรอบคัดเลือก”
“ผมแทบจะรอเกมกับโครเอเชียไม่ไหว คราวที่แล้วพวกเขาทำเราขายหน้าทีเดียว เราอยากจะไปที่นั่น และเอาชนะพวกเขาให้ได้ เราต้องการถอนแค้นที่พวกเขาทำให้เราชวดไปยูโร”
โจ โคล: “ผมยิงประตูให้อังกฤษไม่ได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือ เราไม่แพ้ต่อหน้าแฟน”
“ผมไม่รู้ว่าแฟนๆ ทำถูกมั้ยที่หวังเห็นอังกฤษพลิกฟอร์มเฉียบในพริบตา ภายใต้การนำของคาเปลโล่ อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่าเราค่อยๆ เข้าที่เข้าทางแล้ว”
“เกมอุ่นเครื่องไม่มีผลอะไร ที่สำคัญคือรอบคัดเลือก ที่เราต้องเล่นให้ดี และหวังว่าจะไปพีคสุดๆ ตอนรอบสุดท้าย ไม่ใช่เปรี้ยงปร้างตอนรอบคัดเลือก และไปแผ่วรอบสุดท้ายอย่างที่เราเป็นหลายครั้ง”
5 นัดคาเปลโล่
พบ สวิตเซอร์แลนด์ (ที่เวมบลีย์) ชนะ 2-1: อังกฤษเลือกคู่แข่งที่ไม่สมน้ำสมเนื้ออุ่นเครื่องที่เวมบลีย์ เพื่อเรียกความมั่นใจกลับมา หลัง “เสียเซลฟ์” ตอน สตีฟ แม็คคลาเรน ทำทีมไม่ผ่านรอบคัดเลือกยูโร 2008 เกมนี้ฟอร์มนักเตะไม่น่าประทับใจนัก แม้จะเฉือนชนะไป 2-1
พบ ฝรั่งเศส (ปารีส) แพ้ 0-1: คาเปลโล่ล้มเหลวไม่เป็นท่า เมื่อนำทีมอุ่นเครื่องเจอของแข็งเกมแรก นัดนี้อังกฤษโดนฝรั่งเศส ที่ต่อมาตกรอบยูโร 2008 สอนบอล ทว่ากุนซืออิตาเลียนทำคนเลิกคิ้ว เมื่อออกมาบอกว่า พอใจฟอร์มการเล่นของนักเตะ
พบ สหรัฐฯ (เวมบลีย์) ชนะ 2-0: เกมที่ดีที่สุดของคาเปลโล่ตั้งแต่คุมทีมมา จอห์น เทอร์รี่ ยิงประตูได้ ลบฝันร้ายยูโรเปี้ยน คัพ นัดชิงชนะเลิศ และอังกฤษเล่นได้เยี่ยม
พบ ตรินิแดด แอนด์ โตเบโก (พอร์ท ออฟ สเปน) ชนะ 3-0: อีกครั้งกับคู่แข่งที่อ่อนสุดๆ อังกฤษชนะไปสบายๆ 3-0 นักเตะแทบไม่ได้รับการทดสอบ แต่ที่ได้มาก็คือ คะแนนเสียงผู้สนับสนุนจากตรินิแดด เพื่อสิทธิ์เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2018
พบ เช็ก (เวมบลีย์) 2-2: ฟอร์มน่าขายหน้าต่อหน้ากองเชียร์ตัวเอง ประตูตีเสมอของ โจ โคล ช่วงท้ายเกมก็ไม่ช่วยให้นักเตะอังกฤษรอดจากเสียงโห่จากกองเชียร์ผู้ดี
ทีมชาติอังกฤษดูเหมือนว่าจะไม่พ้นวงจรอุบาทว์ มีปัญหาที่แก้ไม่ตกแทบจะทุกจุด...
ดูจากเกมอุ่นเครื่องนัดล่าสุดที่พวกเขาถูกเช็ก “สอนบอล” แล้ว เด็กอมมือยังรู้ว่า อังกฤษมีปัญหาขาดนายทวารที่ไว้ใจได้ แล้วก็ไร้ซึ้งศูนย์หน้าประเภทโป้งปิดบัญชี
อย่างไรก็ตาม หากจะวิเคราะห์ให้ลึกแล้ว อังกฤษมีปัญหาอยู่ 3 ส่วน ...ส่วนแรก เรื่องของตัวบุคคล (กองหน้าและผู้รักษาประตู) ส่วนที่สอง เรื่องของการวางแท็กติกการเล่นที่ผิดพลาด และส่วนที่สาม วิกฤติความมั่นใจ
ประเด็นไม่มีกองหน้าตัวเป้าเก่งๆ (อาจจะมีแต่ก็เจ็บออดแอดๆ อย่าง ไมเคิล โอเว่น) และผู้รักษาประตู ฟาบิโอ คาเปลโล่ คงจะทำอะไรไม่ได้ นอกจากปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป จนกว่าวงการฟุตบอลอังกฤษจะได้คลื่นลูกใหม่มาแทน แต่อีก 2 ส่วนที่เหลือคือ เรื่องสมดุลการเล่นและความมั่นใจของนักเตะ คาเปลโล่สามารถแก้ไขได้ เพื่อเรียกศรัทธาแฟนบอลกลับมา ขณะเดียวกันก็ต้องปกป้องชื่อเสียงของเขาด้วย หลังจากที่ทำผลงานได้ดีมาตลอดอาชีพโค้ช
โทมัส อูฟาลูซี่ กัปตันทีมเช็ก อดีตกองหลังฟิออเรนตินาที่เคยเจอกับทีมของคาเปลโล่มาแล้วในเซเรีย อา และกล่าวถึงกุนซืออิตาเลียนว่า เป็น “จอมแท็กติกระดับอัจฉริยะ ยอดนักกระตุ้น และเปี่ยมด้วยบารมี” เหนืออื่นใดอังกฤษยามนี้ดูจะต้องการ “จอมแท็กติกระดับอัจฉริยะ” เพื่อจัดระเบียบกองกลางที่โกลาหลสุดๆ เกมกับเช็กของอูฟาลูซี่ เมื่อวันพุธ
ทีมชาติอังกฤษจัดได้ว่า มีกองกลางระดับโลกมากมาย ทว่าถึงตอนนี้กลับหาสมดุลไม่เจอ
เมื่อวันพุธ คาเปลโล่ทดลองให้ สตีเว่น เจอร์ราร์ด เล่นด้านซ้าย แต่ผลคือ อังกฤษบุกไม่ขึ้น เนื่องจากกองกลางลิเวอร์พูลไม่ได้เล่นตำแหน่งถนัด
นี่น่าจะเป็นอีกครั้งที่ช่วยย้ำเตือนว่า เจอร์ราร์ดเหมาะสมกับตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางที่สุด ไม่ใช่ซ้าย หรือขวาอย่างที่ลิเวอร์พูลเคยให้เขาเล่นตำแหน่งนี้มาแล้ว
การถ่าง สตีวี่ จี ไปเล่นทางด้านซ้าย คาเปลโล่อาจจะทำเพราะต้องการให้ แฟรงค์ แลมพาร์ด ได้แสดงบทจอมทัพเต็มที่เหมือนยามเล่นให้เชลซี แต่จนแล้วจนรอดหลายคนก็ไม่เปลี่ยนความคิดที่ว่า สองคนนี้เล่นด้วยกันไม่ได้
แฮร์รี่ เรดแน็ปป์ ผู้จัดการทีมพอร์ทสมัธที่ประเดิมทำหน้าที่เป็นเกจิให้โทรทัศน์ Setanta เมื่อวันพุธบอกว่า สนุกกับการทำหน้าที่ และมองการโยกเจอร์ราร์ดมาเล่นด้านซ้ายของคาเปลโล่ว่า ...คิดผิดคิดใหม่ได้
“เราได้สร้างเจอร์ราร์ด มิดฟิลด์ที่เก่งที่สุดในโลกคนหนึ่ง เขามีคุณค่ามหาศาลสำหรับอังกฤษ” เรดแน็ปป์กล่าว “ว่าแต่ทำไมให้เขาเล่นปีกซ้ายล่ะ? เขาไม่ใช่ปีกซ้าย เขาต้องเล่นตรงกลาง ตำแหน่งที่เขามีอิทธิพลต่อเกม แต่นี่เรากำลังจะฆ่าเขา”
ด้านคาเปลโล่ไม่สนใจความเห็นของเรดแน็ปป์เท่าไหร่ หลังออกมายืนยัน เจอร์ราร์ดสนุกกับ “ตำแหน่งอิสระ” นัดที่พบกับเช็ก ที่เขาได้ทดลองช่วงการฝึกซ้อมก่อนเกม อย่างไรก็ตาม ปัญหาคือ กองกลางลิเวอร์พูลอิสระแต่เพียงชื่อ เนื่องจากตำแหน่งใกล้เคียงกับแลมพาร์ด กองกลาง 4 ตัวที่ประกอบด้วย เบ็คแฮม, เจอร์ราร์ด, แลมพาร์ด และ แบร์รี่ ต่างมีความสามารถ ทว่าเล่นกันสับสนอลหม่าน
จบจากเกมอุ่นเครื่องนัดนี้ ปรมาจารย์อย่างคาเปลโล่คงจะทราบแล้วว่า เจอร์ราร์ดไม่เหมาะกับตำแหน่งปีกซ้าย และสูตรมิดฟิลด์ที่ลงตัวยังคงเป็นโจทย์ยากให้กุนซือค่าจ้าง 5 ล้านปอนด์ต่อปีใช้หัวสมองคิดหนักต่อไป
ประเด็นความมั่นใจ...เรดแน็ปป์กล่าวว่า “ฟุตบอลก็เหมือนชีวิต ความมั่นใจคือกุญแจสำคัญ หากคุณไม่มีเจ้านี่แล้วมันก็ยาก พวกเขาลงเล่นและก็ทำผิดพลาด ตอนนี้นักเตะเล่นด้วยความกลัว...กลัวว่าจะโดนโห่ยามเล่นไม่ออก”
ด้านจิตใจดูเหมือนว่า นักเตะจะยังแย่ ไม่ต่างกับวันแรกที่คาเปลโล่เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีม
หลังอุ่นเครื่องไป 5 นัด คาเปลโล่จะหาสูตรสำเร็จของเขาได้มั้ย คงต้องให้เกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกับอันดอร์ร่า 6 กันยายน และโครเอเชียอีก 4 วันต่อมาเป็นผู้ให้คำตอบ
นานาทัศนะ
เดวิด เบ็คแฮม: “พวกเราไม่คึกคักเลย ทั้งที่เล่นในเวมบลีย์ บ้านเราแท้ๆ นี่สำคัญมาก เราต้องทำให้คู่แข่งผวาที่มาเล่นที่นี่ให้ได้ อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่าเราทำได้แน่ แต่จะทำได้ก็ต้องอาศัยความมั่นใจด้วย”
“โดยรวมแล้ว นี่ไม่ใช่ฟอร์มที่ดีที่สุดของเราแน่ และก็ต้องทำให้ดีกว่านี้รอบคัดเลือกที่กำลังจะมาถึง ว่ากันตามเนื้อผ้าแล้ว ผมคิดว่าเรามีขุมกำลังนักเตะที่แข็งแกร่ง มีกุนซือที่เก่ง สตาฟฟ์โค้ชที่ดี ผมว่าเรามาถูกทางแล้ว”
“ชัยชนะสวยๆ สักนัดจะเรียกศรัทธาแฟนๆ กลับมา นี่คือสิ่งที่เราต้องการมาก แฟนๆ ก็เช่นกัน ผมเชื่อว่าเราทำได้แน่ เนื่องจากเรามีนักเตะที่มีคุณภาพมากมาย”
“แฟนๆ อาจจะคาดหวังเห็นผลงานเฉียบๆ ในพริบตา แต่มันคงจะลำบาก เนื่องจากของแบบนี้ต้องใช้เวลา”
เวย์น รูนีย์: “เกมอุ่นเครื่องต่างกับเกมรอบคัดเลือกสิ้นเชิง แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องเล่นให้ดี เราคงต้องหาทางปรับปรุงแก้ไขกันต่อไปภายใต้การนำของผู้จัดการทีมใหม่”
“สตีเว่น เจอร์ราร์ด กับผมถูกขอให้ลงมารับบอลต่ำ ข้างหลัง เจอร์เมน เดอโฟ และผมคิดว่ามันน่าจะไปได้สวย ผมอาจจะซ้อมแค่ 7 วัน นับตั้งแต่แมนฯ ยูไนเต็ดกลับมาจากแอฟริกา ได้เล่นวันอาทิตย์ และมาที่เวมบลีย์วันพุธ น่าจะช่วยให้สภาพความฟิตผมกลับมาสมบูรณ์เร็วๆ นี้ ก่อนเราจะลงเล่นรอบคัดเลือก”
“ผมแทบจะรอเกมกับโครเอเชียไม่ไหว คราวที่แล้วพวกเขาทำเราขายหน้าทีเดียว เราอยากจะไปที่นั่น และเอาชนะพวกเขาให้ได้ เราต้องการถอนแค้นที่พวกเขาทำให้เราชวดไปยูโร”
โจ โคล: “ผมยิงประตูให้อังกฤษไม่ได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือ เราไม่แพ้ต่อหน้าแฟน”
“ผมไม่รู้ว่าแฟนๆ ทำถูกมั้ยที่หวังเห็นอังกฤษพลิกฟอร์มเฉียบในพริบตา ภายใต้การนำของคาเปลโล่ อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่าเราค่อยๆ เข้าที่เข้าทางแล้ว”
“เกมอุ่นเครื่องไม่มีผลอะไร ที่สำคัญคือรอบคัดเลือก ที่เราต้องเล่นให้ดี และหวังว่าจะไปพีคสุดๆ ตอนรอบสุดท้าย ไม่ใช่เปรี้ยงปร้างตอนรอบคัดเลือก และไปแผ่วรอบสุดท้ายอย่างที่เราเป็นหลายครั้ง”
5 นัดคาเปลโล่
พบ สวิตเซอร์แลนด์ (ที่เวมบลีย์) ชนะ 2-1: อังกฤษเลือกคู่แข่งที่ไม่สมน้ำสมเนื้ออุ่นเครื่องที่เวมบลีย์ เพื่อเรียกความมั่นใจกลับมา หลัง “เสียเซลฟ์” ตอน สตีฟ แม็คคลาเรน ทำทีมไม่ผ่านรอบคัดเลือกยูโร 2008 เกมนี้ฟอร์มนักเตะไม่น่าประทับใจนัก แม้จะเฉือนชนะไป 2-1
พบ ฝรั่งเศส (ปารีส) แพ้ 0-1: คาเปลโล่ล้มเหลวไม่เป็นท่า เมื่อนำทีมอุ่นเครื่องเจอของแข็งเกมแรก นัดนี้อังกฤษโดนฝรั่งเศส ที่ต่อมาตกรอบยูโร 2008 สอนบอล ทว่ากุนซืออิตาเลียนทำคนเลิกคิ้ว เมื่อออกมาบอกว่า พอใจฟอร์มการเล่นของนักเตะ
พบ สหรัฐฯ (เวมบลีย์) ชนะ 2-0: เกมที่ดีที่สุดของคาเปลโล่ตั้งแต่คุมทีมมา จอห์น เทอร์รี่ ยิงประตูได้ ลบฝันร้ายยูโรเปี้ยน คัพ นัดชิงชนะเลิศ และอังกฤษเล่นได้เยี่ยม
พบ ตรินิแดด แอนด์ โตเบโก (พอร์ท ออฟ สเปน) ชนะ 3-0: อีกครั้งกับคู่แข่งที่อ่อนสุดๆ อังกฤษชนะไปสบายๆ 3-0 นักเตะแทบไม่ได้รับการทดสอบ แต่ที่ได้มาก็คือ คะแนนเสียงผู้สนับสนุนจากตรินิแดด เพื่อสิทธิ์เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2018
พบ เช็ก (เวมบลีย์) 2-2: ฟอร์มน่าขายหน้าต่อหน้ากองเชียร์ตัวเอง ประตูตีเสมอของ โจ โคล ช่วงท้ายเกมก็ไม่ช่วยให้นักเตะอังกฤษรอดจากเสียงโห่จากกองเชียร์ผู้ดี
เผยหงส์เปิดศึกงูแย่งกวาเรสม่า
สื่อกีฬาแดนมะกะโรนีปูดข่าว ลิเวอร์พูล กำลังเปิดศึกกับ อินเตอร์ มิลาน เพื่อหวังฉก ริคาร์โด้ กวาเรสม่า ปีกจอมเลื้อยของ เอฟซี ปอร์โต้ มาเสริมทัพ ตัดหน้า "งูใหญ่" ที่เฝ้าคอยเจรจาดึงเจ้าตัวไปร่วมทีมมาตลอดช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา
"คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต" หนังสือพิมพ์กีฬารายวันชื่อดังในประเทศอิตาลี ออกมาเปิดเผยว่า ลิเวอร์พูล ยอดทีมในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังเปิดศึกกับ อินเตอร์ มิลาน แชมป์กัลโช่ เซเรีย อา 3 สมัยซ้อน เพื่อแย่งคว้าตัว ริคาร์โด้ กวาเรสม่า ปีกตัวฉกาจของ เอฟซี ปอร์โต้ ทีมดังในลีกโปรตุเกส ไปเสริมทัพ
ก่อนหน้านี้ "งูใหญ่" ได้เปิดฉากเจรจาเพื่อดึงตัวปีกทีมชาติโปรตุเกสไปร่วมทีมมาตลอดช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่เรื่องดังกล่าวก็มีอันต้องเงียบไป เนื่องจากยอดทีมจากแดนมะกะโรนี ไม่ต้องการจ่ายค่าตัวตามที่ต้นสังกัดของนักเตะเรียกร้องมา ซึ่งมีรายงานว่าสูงถึง 40 ล้านยูโร (ราว 2,120 ล้านบาท) เลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวจากสื่อมวลชนในแดนมะกะโรนี เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ระบุว่า อินเตอร์ ยังมีสิทธิ์ได้ตัว กวาเรสม่า มาเสริมทัพ หลัง ปอร์โต้ ตัดสินใจลดค่าตัวของเจ้าตัวลงมาจากเดิมเกือบครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว ขณะที่ยอดทีมจากเมืองมิลาน ก็เพิ่มข้อเสนอจากเดิม 17 ล้านยูโร (ราว 901 ล้านบาท) เป็น 20 ล้านยูโร (ราว 1,060 ล้านบาท) อีกด้วย
หนังสือพิมพ์เล่มดังในแดนมะกะโรนี เผยว่า "หงส์แดง" เป็นอีกหนึ่งสโมสรที่ต้องการได้ตัวดาวเตะ ปอร์โต้ ไปเสริมทัพ โดย ราฟาเอล เบนิเตซ นายใหญ่แห่งถิ่น แอนฟิลด์ หันมาแสดงความสนใจในตัว กวาเรสม่า ซึ่งเป็นนักเตะที่เจ้าตัวชื่นชอบในฝีเท้าเป็นอันมาก หลังแทบจะหมดหวังในการคว้าตัว แกเร็ธ แบร์รี่ มิดฟิลด์ของ แอสตัน วิลล่า มาร่วมทีมแล้ว
ดาวเตะวัย 25 ปี ซึ่งติดทีมชาติโปรตุเกสมาแล้ว 23 นัด และอยู่ในทัพฝอยทอง ชุดลุยศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป "ยูโร 2008" ด้วยนั้น แสดงความต้องการย้ายออกจากถิ่น สตาดิโอ โด ดราเกา มาโดยตลอด และในเกม ซูเปอร์คัพ กับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น เจ้าตัวไม่มีชื่ออยู่ในทีม ทั้งๆที่ไม่ได้มีอาการบาดเจ็บแต่อย่างใด
ข่าวจาก Siamsport
http://www.siamsport.co.th
ข่าวประจำวันที่ : 23 สิงหาคม 2551
"คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต" หนังสือพิมพ์กีฬารายวันชื่อดังในประเทศอิตาลี ออกมาเปิดเผยว่า ลิเวอร์พูล ยอดทีมในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังเปิดศึกกับ อินเตอร์ มิลาน แชมป์กัลโช่ เซเรีย อา 3 สมัยซ้อน เพื่อแย่งคว้าตัว ริคาร์โด้ กวาเรสม่า ปีกตัวฉกาจของ เอฟซี ปอร์โต้ ทีมดังในลีกโปรตุเกส ไปเสริมทัพ
ก่อนหน้านี้ "งูใหญ่" ได้เปิดฉากเจรจาเพื่อดึงตัวปีกทีมชาติโปรตุเกสไปร่วมทีมมาตลอดช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่เรื่องดังกล่าวก็มีอันต้องเงียบไป เนื่องจากยอดทีมจากแดนมะกะโรนี ไม่ต้องการจ่ายค่าตัวตามที่ต้นสังกัดของนักเตะเรียกร้องมา ซึ่งมีรายงานว่าสูงถึง 40 ล้านยูโร (ราว 2,120 ล้านบาท) เลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวจากสื่อมวลชนในแดนมะกะโรนี เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ระบุว่า อินเตอร์ ยังมีสิทธิ์ได้ตัว กวาเรสม่า มาเสริมทัพ หลัง ปอร์โต้ ตัดสินใจลดค่าตัวของเจ้าตัวลงมาจากเดิมเกือบครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว ขณะที่ยอดทีมจากเมืองมิลาน ก็เพิ่มข้อเสนอจากเดิม 17 ล้านยูโร (ราว 901 ล้านบาท) เป็น 20 ล้านยูโร (ราว 1,060 ล้านบาท) อีกด้วย
หนังสือพิมพ์เล่มดังในแดนมะกะโรนี เผยว่า "หงส์แดง" เป็นอีกหนึ่งสโมสรที่ต้องการได้ตัวดาวเตะ ปอร์โต้ ไปเสริมทัพ โดย ราฟาเอล เบนิเตซ นายใหญ่แห่งถิ่น แอนฟิลด์ หันมาแสดงความสนใจในตัว กวาเรสม่า ซึ่งเป็นนักเตะที่เจ้าตัวชื่นชอบในฝีเท้าเป็นอันมาก หลังแทบจะหมดหวังในการคว้าตัว แกเร็ธ แบร์รี่ มิดฟิลด์ของ แอสตัน วิลล่า มาร่วมทีมแล้ว
ดาวเตะวัย 25 ปี ซึ่งติดทีมชาติโปรตุเกสมาแล้ว 23 นัด และอยู่ในทัพฝอยทอง ชุดลุยศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป "ยูโร 2008" ด้วยนั้น แสดงความต้องการย้ายออกจากถิ่น สตาดิโอ โด ดราเกา มาโดยตลอด และในเกม ซูเปอร์คัพ กับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น เจ้าตัวไม่มีชื่ออยู่ในทีม ทั้งๆที่ไม่ได้มีอาการบาดเจ็บแต่อย่างใด
ข่าวจาก Siamsport
http://www.siamsport.co.th
ข่าวประจำวันที่ : 23 สิงหาคม 2551
ราฟาเผยหงส์อาจมีตัวใหม่ก่อนเดดไลน์
ราฟาเอล เบนิเตซกุนซือสมองเพชรเผยว่าตอนนี้ได้ยุติปัญหาบาดหมางกับริค แพร์รี่ประธานบริหารเป็นที่เรียบร้อยแล้วและกำลังเดินหน้าควานหาผู้เล่นใหม่ก่อนตลาดปิดในวันจันทร์ที่ 1 กันยายนนี้
หลังการทำงานของ"หงส์แดง"ทำท่าจะล่าช้าเนื่องจากแพร์รี่และเบนิเตซดันมีปัญหาไม่ลงรอยกันในการตามล่าแกเรธ แบร์รี่แต่ล่าสุดเคลียร์กันเรียบร้อยแล้วและตอนนี้กำลังเดินเรื่องเพื่อซื้อนักเตะใหม่ก่อนตลาดปิด
"เราได้คุยกันถึงนักเตะที่มีอยู่ในทีมตอนนี้,พัฒนาการของทีมเป็นไปอย่างไรและเราทั้งคู่ต่างรู้ว่ามันสำคัญต่อสโมสรแค่ไหนที่จะทำงานร่วมกัน"ราฟาเผย
"เรากำลังทุ่มเทกันอย่างหนัก เราเดินไปถูกทิศถูกทางแล้วและหวังว่าเราจะมีสัญญาณที่ดีๆในอีก 2-3 วันข้างหน้านี้"
"มีตติ้งออกมาค่อนข้างดีนะ,เราคงบอกชื่อไม่ได้แต่เราทั้งคู่กำลังเดินเรื่องเพื่อปรับปรุงทีมอยู่"
"คือไม่ได้แตกหักอะไรหรอกแต่มีปัญหาส่วนตัวกันนิดหน่อย ตอนนี้อะไรหลายๆอย่างชัดเจนยิ่งขึ้นและนั่นก็เป็นสัญญาณที่ดี มันเป็นการพูดคุยเป็นการส่วนตัว"
เบนิเตซยอมรับว่ายังไม่มีความเคลื่อนไหวในการขยับล่าแบร์รี่แม้ตลาดซื้อขายเริ่มงวดเข้ามาแล้วก็ตาม"ผมไม่มีอะไรจะพูดถึงเรื่องอาร์เซนอลอยากได้แกเรธ แบร์รี่และนั่นคำสิ่งเดียวที่ผมจะพูดถึงเรื่องนี้ ในขณะเดียวกันเราก็กำลังพยายามเสริมกำลังปรับปรุงทีมอยู่เรื่อยๆ"
"เช่นเดียวกันที่ว่าไม่มีอะไรในกอไผ่สำหรับชาบี้ อลอนโซ่ ตอนต้นซีซั่นเรากำลังมองหาการเพิ่มทุนแต่ตอนนี้เราแฮปปี้กับชาบี้ เขาเป็นนักเตะที่เก่งเอามากๆ"
"ข้อเสนอที่เราได้รับไม่ดีพอดังนั้นทำไมเราต้องขายเขาออกไปด้วยล่ะ?"
ข่าวจาก หนังสือพิมพ์คิกออฟ และ Soccersuck.com
หลังการทำงานของ"หงส์แดง"ทำท่าจะล่าช้าเนื่องจากแพร์รี่และเบนิเตซดันมีปัญหาไม่ลงรอยกันในการตามล่าแกเรธ แบร์รี่แต่ล่าสุดเคลียร์กันเรียบร้อยแล้วและตอนนี้กำลังเดินเรื่องเพื่อซื้อนักเตะใหม่ก่อนตลาดปิด
"เราได้คุยกันถึงนักเตะที่มีอยู่ในทีมตอนนี้,พัฒนาการของทีมเป็นไปอย่างไรและเราทั้งคู่ต่างรู้ว่ามันสำคัญต่อสโมสรแค่ไหนที่จะทำงานร่วมกัน"ราฟาเผย
"เรากำลังทุ่มเทกันอย่างหนัก เราเดินไปถูกทิศถูกทางแล้วและหวังว่าเราจะมีสัญญาณที่ดีๆในอีก 2-3 วันข้างหน้านี้"
"มีตติ้งออกมาค่อนข้างดีนะ,เราคงบอกชื่อไม่ได้แต่เราทั้งคู่กำลังเดินเรื่องเพื่อปรับปรุงทีมอยู่"
"คือไม่ได้แตกหักอะไรหรอกแต่มีปัญหาส่วนตัวกันนิดหน่อย ตอนนี้อะไรหลายๆอย่างชัดเจนยิ่งขึ้นและนั่นก็เป็นสัญญาณที่ดี มันเป็นการพูดคุยเป็นการส่วนตัว"
เบนิเตซยอมรับว่ายังไม่มีความเคลื่อนไหวในการขยับล่าแบร์รี่แม้ตลาดซื้อขายเริ่มงวดเข้ามาแล้วก็ตาม"ผมไม่มีอะไรจะพูดถึงเรื่องอาร์เซนอลอยากได้แกเรธ แบร์รี่และนั่นคำสิ่งเดียวที่ผมจะพูดถึงเรื่องนี้ ในขณะเดียวกันเราก็กำลังพยายามเสริมกำลังปรับปรุงทีมอยู่เรื่อยๆ"
"เช่นเดียวกันที่ว่าไม่มีอะไรในกอไผ่สำหรับชาบี้ อลอนโซ่ ตอนต้นซีซั่นเรากำลังมองหาการเพิ่มทุนแต่ตอนนี้เราแฮปปี้กับชาบี้ เขาเป็นนักเตะที่เก่งเอามากๆ"
"ข้อเสนอที่เราได้รับไม่ดีพอดังนั้นทำไมเราต้องขายเขาออกไปด้วยล่ะ?"
ข่าวจาก หนังสือพิมพ์คิกออฟ และ Soccersuck.com
สโต๊คกินแห้วหงส์ปัดขายฮูเปีย
ราฟา เบนิเตซ กุนซือ ลิเวอร์พูล เผย "หงส์แดง" จัดการปัดข้อเสนอขอซื้อตัว ซามี่ ฮูเปีย จาก สโต๊ค ไปเรียบร้อย หลังทีม "ช่างปั้นหม้อ" ทาบทามเข้ามาด้วยเม็ดเงินกว่า 160 ล้านบาท ยันไม่เคยคิดจะขายกองหลังชาวฟินน์ออกไปจากถิ่น แอนฟิลด์ เลยแม้แต่น้อย
ราฟาเอล เบนิเตซ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ทีมดังแห่งเกาะอังกฤษ ออกมาเปิดเผย เมื่อวันศุกร์ที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า "หงส์แดง" ได้รับข้อเสนอขอซื้อ ซามี่ ฮูเปีย กองหลังมากประสบการณ์ จาก สโต๊ค ซิตี้ น้องใหม่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก และได้ปฏิเสธกลับไปเรียบร้อยแล้ว
ก่อนหน้านี้ "เดอะ พ็อตเตอร์ส" ได้ยื่นข้อเสนอจำนวน 2.5 ล้านปอนด์ (ราว 167.5 ล้านบาท) เพื่อขอซื้อ ฮูเปีย ซึ่งจะไม่ได้ลงเล่นในเกมกับ มิดเดิ้ลสโบรช์ วันเสาร์นี้ เนื่องจากบาดเจ็บเอ็นหลังเข่านั้น ไปร่วมทัพ แต่ "เอล ราฟา" ไม่เล่นด้วย เนื่องจากต้องการเก็บดาวเตะเลือดฟินน์เอาไว้ในถิ่น แอนฟิลด์ ต่อไป
นายใหญ่ "เดอะ เร้ด" กล่าวว่า "เราได้รับการทาบทามจาก สโต๊ค สำหรับ ซามี่ แต่เราอยากจะเก็บเขาไว้ ตอนที่เราคุยกันเรื่องสัญญาฉบับใหม่ในช่วงซัมเมอร์นี้ มันเห็นได้ชัดว่า ซามี่ ต้องการอยู่กับสโมสรต่อไป เขาเป็นมืออาชีพที่สุดยอด เป็นคนที่น่ารักมาก และเป็นผู้เล่นที่เยี่ยมยอด เขาไม่ใช่ผู้เล่นที่เราต้องการจะขายเลย"
จากสยามกีฬา 23 สิงหาคม 2551
ราฟาเอล เบนิเตซ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ทีมดังแห่งเกาะอังกฤษ ออกมาเปิดเผย เมื่อวันศุกร์ที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า "หงส์แดง" ได้รับข้อเสนอขอซื้อ ซามี่ ฮูเปีย กองหลังมากประสบการณ์ จาก สโต๊ค ซิตี้ น้องใหม่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก และได้ปฏิเสธกลับไปเรียบร้อยแล้ว
ก่อนหน้านี้ "เดอะ พ็อตเตอร์ส" ได้ยื่นข้อเสนอจำนวน 2.5 ล้านปอนด์ (ราว 167.5 ล้านบาท) เพื่อขอซื้อ ฮูเปีย ซึ่งจะไม่ได้ลงเล่นในเกมกับ มิดเดิ้ลสโบรช์ วันเสาร์นี้ เนื่องจากบาดเจ็บเอ็นหลังเข่านั้น ไปร่วมทัพ แต่ "เอล ราฟา" ไม่เล่นด้วย เนื่องจากต้องการเก็บดาวเตะเลือดฟินน์เอาไว้ในถิ่น แอนฟิลด์ ต่อไป
นายใหญ่ "เดอะ เร้ด" กล่าวว่า "เราได้รับการทาบทามจาก สโต๊ค สำหรับ ซามี่ แต่เราอยากจะเก็บเขาไว้ ตอนที่เราคุยกันเรื่องสัญญาฉบับใหม่ในช่วงซัมเมอร์นี้ มันเห็นได้ชัดว่า ซามี่ ต้องการอยู่กับสโมสรต่อไป เขาเป็นมืออาชีพที่สุดยอด เป็นคนที่น่ารักมาก และเป็นผู้เล่นที่เยี่ยมยอด เขาไม่ใช่ผู้เล่นที่เราต้องการจะขายเลย"
จากสยามกีฬา 23 สิงหาคม 2551
ราฟายิ้มหงส์ชนะได้แม้เล่นไม่ดี
ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือ ลิเวอร์พูล ชี้การชนะในวันที่เล่นไม่ดีนับเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง หลัง "หงส์แดง" โกงความตาย พลิกกลับมาเชือด มิดเดิ้ลสโบรช์ 2-1 เมื่อวันเสาร์ ยก "สตีวี่จี" โคตรบอลตัวจริง เมื่อกัดฟันลงสนามทั้งที่บาดเจ็บ แถมยังสวมบทฮีโร่ยิงประตูชัยให้ทีมได้อีกต่างหาก
ราฟาเอล เบนิเตซ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า การสามารถคว้าชัยชนะได้แม้ในวันที่โชว์ฟอร์มได้ไม่ดีนัก ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก หลังพลพรรค "หงส์แดง" เปิดรัง แอนฟิลด์ เฉือน มิดเดิ้ลสโบรช์ แบบหืดจับ 2-1 ในเกม พรีเมียร์ลีก เมืองผู้ดี เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
เบนิเตซ เคยพูดเอาไว้ก่อนหน้าเกมกับ มิดเดิ้ลสโบรช์ ว่าฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูล จะต้องรู้จักกับคำว่า "วินนิ่ง อั๊กลี่" หรือ "การชนะแม้เล่นได้ไม่ดี" และคำกล่าวนี้ก็น่าจะนำมาอธิบายถึงชัยชนะเหนือ "โบโร่" ของพวกเขาได้เป็นอย่างดี เมื่อต้องตกเป็นฝ่ายตามหลัง 0-1 ก่อนจะพลิกกลับมาเก็บ 3 คะแนนได้สำเร็จในช่วง 5 นาทีสุดท้าย
เบนิเตซ กล่าวว่า "มันเป็นตอนจบที่ยอดเยี่ยมมาก มันเป็นเรื่องสำคัญที่เราชนะแบบนี้ ชนะด้วยความกระหาย และความมุ่งมั่นของนักเตะ ผมคิดว่า มันดีกว่ามากทีเดียว ฤดูกาลก่อนเรามักจะเสมอในเกมลักษณะนี้ และคราวนี้ มี 2 เกมที่เราไม่ได้เล่นดีอะไรมากมาย แต่เราก็ชนะ และมี 6 คะแนนเต็ม มันเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเราที่จะต้องเก็บชัยชนะต่อไป และจากนั้นเราก็สามารถจะคุยกันเรื่องฟุตบอลได้ ไม่ใช่เรื่องอื่น"
พร้อมกันนั้น "เอล ราฟา" ก็ยังไม่ลืมที่จะยกย่อง สตีเว่น เจอร์ราร์ด กองกลางกัปตันทีม ลิเวอร์พูล ที่กัดฟันลงเล่นทั้งที่ยังมีปัญหาบาดเจ็บ แถมยังสามารถยิงประตูชัยให้กับ "เร้ด แมชีน" ได้อีกด้วย โดยระบุว่า "ประตูเดียวของเขาอาจจะมีความสำคัญมากๆ เรารู้ว่า เขายังมีปัญหาอยู่ เพราะเขาบาดเจ็บมา 10 วันแล้ว และไม่ฟิตเต็มร้อย แต่เขามีคุณภาพ และสามารถยิงประตูแบบนั้นได้"
ข่าวจาก สยามกีฬา 23 สิงหาคม 2551
ราฟาเอล เบนิเตซ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า การสามารถคว้าชัยชนะได้แม้ในวันที่โชว์ฟอร์มได้ไม่ดีนัก ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก หลังพลพรรค "หงส์แดง" เปิดรัง แอนฟิลด์ เฉือน มิดเดิ้ลสโบรช์ แบบหืดจับ 2-1 ในเกม พรีเมียร์ลีก เมืองผู้ดี เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
เบนิเตซ เคยพูดเอาไว้ก่อนหน้าเกมกับ มิดเดิ้ลสโบรช์ ว่าฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูล จะต้องรู้จักกับคำว่า "วินนิ่ง อั๊กลี่" หรือ "การชนะแม้เล่นได้ไม่ดี" และคำกล่าวนี้ก็น่าจะนำมาอธิบายถึงชัยชนะเหนือ "โบโร่" ของพวกเขาได้เป็นอย่างดี เมื่อต้องตกเป็นฝ่ายตามหลัง 0-1 ก่อนจะพลิกกลับมาเก็บ 3 คะแนนได้สำเร็จในช่วง 5 นาทีสุดท้าย
เบนิเตซ กล่าวว่า "มันเป็นตอนจบที่ยอดเยี่ยมมาก มันเป็นเรื่องสำคัญที่เราชนะแบบนี้ ชนะด้วยความกระหาย และความมุ่งมั่นของนักเตะ ผมคิดว่า มันดีกว่ามากทีเดียว ฤดูกาลก่อนเรามักจะเสมอในเกมลักษณะนี้ และคราวนี้ มี 2 เกมที่เราไม่ได้เล่นดีอะไรมากมาย แต่เราก็ชนะ และมี 6 คะแนนเต็ม มันเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเราที่จะต้องเก็บชัยชนะต่อไป และจากนั้นเราก็สามารถจะคุยกันเรื่องฟุตบอลได้ ไม่ใช่เรื่องอื่น"
พร้อมกันนั้น "เอล ราฟา" ก็ยังไม่ลืมที่จะยกย่อง สตีเว่น เจอร์ราร์ด กองกลางกัปตันทีม ลิเวอร์พูล ที่กัดฟันลงเล่นทั้งที่ยังมีปัญหาบาดเจ็บ แถมยังสามารถยิงประตูชัยให้กับ "เร้ด แมชีน" ได้อีกด้วย โดยระบุว่า "ประตูเดียวของเขาอาจจะมีความสำคัญมากๆ เรารู้ว่า เขายังมีปัญหาอยู่ เพราะเขาบาดเจ็บมา 10 วันแล้ว และไม่ฟิตเต็มร้อย แต่เขามีคุณภาพ และสามารถยิงประตูแบบนั้นได้"
ข่าวจาก สยามกีฬา 23 สิงหาคม 2551
Subscribe to:
Posts (Atom)